02-277-5873 MOBILE : 081-890-7772 ติดต่อคุณ อนุวัฒน์

sale@aht-audio.com

Art KT-88
เพาเวอร์แอมป์กำลังแรง 60 w./ข้าง

ชุดคิททั้งหมด  22,000 บาท


เรื่อง...AHT 081-890-7772
Design PCB...กิตติพศ ยามานหมัด 
วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์(วศ.บ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

 

 

          เรายังไม่ได้เคยได้ทำเพาเวอร์หรืออินทิเกรตระดับอภิมหาหลอดยักษ์เลย ตัวนี้ถือว่าเป็นตัวแรกและจะมีตัวต่อๆ ไปอีกหลายตัว เราทำเตรียมรอท่านที่ต้องการวัตต์เยอะๆ อยู่แล้ว ผมพูดตรงๆ นะครับ อย่าโกรธกัน คนไทยบ้าวัตต์มากๆ มันว่ากันไม่ได้หรอกครับ เพราะอะไรหรือ...เราทุกคนได้ข้อมูลผิดๆ จากนักเขียนที่ปลูกฝังค่านิยมผิดๆ มาให้เรามาตลอดว่า วัตต์เยอะแล้วเสียงทุกอย่างมันจะออกครบถ้วนกระบวนความ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ครับ แอมป์เสียงดี 5-10 วัตต์มันก็สามารถทำให้น้ำลายกระเซ็นออกมาได้(เป็นศัพท์ของนักเขียนหูทอง) ไม่จำเป็นต้อง 100-200 วัตต์เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นหลอดหรือทรานซิเตอร์ก็ตาม คุณบ้าวัตต์แล้วอะไรตามมาหรือครับ เขาสามารถชักนำและเชียร์สินค้าว่าไฮเอ็นด์ต้องเล่นวัตต์เยอะๆ คุณก็จ่ายเงินเยอะตามไปด้วยซิครับ


           เราเข้าใจผิดกันหมดเลย วัตต์เยอะไม่ใช่ว่าจะไพเราะอะไรเลย เสียงมันแข็งกระด้าง ไม่เพราะไม่นิ่มนวล อ่อนโยน แม้แต่น้อย ตอนผมทำแอมป์ขายใหม่ๆ กำลัง 7 วัตต์ลูกค้าตกใจเลยว่า ขับลำโพงอะไรออกบ้าง เราเนี่ยใจเสียเลย มันจะขายได้เปล่า แต่สุดท้ายทุกคนก็เข้าใจเหมือนที่เราเข้าใจว่า แอมป์หลอดเสียงเพราะไม่จำเป็นต้องวัตต์เยอะตามไปด้วยครับ...


           แม้ว่าผมจะทำแอมป์หลอดวัตต์เยอะๆ ได้ มันก็ไม่ได้หมายความว่า เสียงจะแข็งกระด้างไปด้วย แต่มันก็ไม่ใช่จะมีข้อด้อยเสมอไป มันก็มีข้อเด่นอีกเช่นกัน มันสามารถขับลำโพงใหญ่ๆ ขับยากๆ ได้เช่นกันครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของแอมป์ต่างๆ มันอยู่ที่หัวใจการออกแบบวงจรของแอมป์แต่ละตัวไม่เหมือนกัน ผมก็ไปสะดุดตาสำหรับแอมป์หลอดตัวหนึ่ง ซึ่งมันเป็นจรรยาบรรณของเราไม่สามารถเปิดเผยชื่อจริงได้(เปล่าหรอกเดี๋ยวโดนลิขสิทธิ์) ที่มีวงจรแปลกแยกกับชาวบ้านและน้ำเสียงมันก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน บุคลิกเสียงก็อิ่มเนียนมากๆ ตามสไตล์ที่เขาออกแบบมา เสียงแหลมก็สดใสไม่ถึงกับบาดหู เสียงร้องก็อวบเนียนมาก เสียงเบสไม่ต้องห่วงเหลือเฟือเลยครับ...


           ใครต้องการเพาเวอร์แอมป์หลอดวัตต์สูงอย่าง Art KT-88 กำลังข้างละ 60 วัตต์มันเยอะขนาดไหน เอาเป็นว่าถ้าคุณมีทรานซิเตอร์ 200 วัตต์คลาส A ตัวนี้กำลังกินขาดๆๆๆ เลย ดั่งที่ผมว่าล่ะครับ วัตต์หลอดมันมากกว่าทรานซิเตอร์ 4-5 เท่าครับ ฉะนั้นหากใครบ้าพลัง ลำโพงใหญ่ขับยาก และมีทรัพย์เหลือๆ ใช้แล้วล่ะก้อไม่น่าจะพลาดที่จะลองทำเพาเวอร์หลอดตัวนี้เป็นแน่แท้...


           หลักการทำงานของวงจร
           เวลาเราออกแบบไม่ยากเลย หลังจากแก้ไขแผ่นปริ๊นท์ให้สวยงามและถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ทีมงานเราต้องใช้เวลานานมากในการเขียนหลักการทำงานของวงจร เพราะอะไร วงจรที่เราไม่ได้คิดเองตั้งแต่ต้น มันต้องค้นคว้าหาความรู้และนำมาถ่ายทอดต่อ ก็เหมือนเราต้องเรียนรู้ก่อนทุกครั้งทุกโครงงานเรื่อยๆ ถึงแม้มันจะเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของทีมงานมากขึ้นก็ตาม แต่มันก็สร้างความหนักใจมากๆ กับทีมงาน แต่ละคนไม่ได้เรียนมาเกี่ยวกับหลอดเลย เรียนแต่ทรานซิเตอร์มาล้วนๆ แต่ละคนก็อายุไม่มากยังไม่เกินเลข 3 เลย แต่ผมเองก็เกินอยู่คนเดียวเท่านั้น ฉะนั้นการเรียนรู้วงจรทุกๆ บอร์ดที่ทำ มันยากเสียจนเราก็ท้อใจเหมือนกัน ทำได้ แต่วิชาการเราไม่เก่งมาก ยังไงผมขอออกตัวก่อนล่ะกันว่า หากต้องการวิชาการมากๆ เราอาจจะไม่สามารถตอบสนองได้ แต่ถ้าต้องการยี่ห้อดัง เสียงดี ลงทุนน้อย ทำได้จริงไม่กั๊ก ภาคภูมิใจในฝีมือตัวแล้วล่ะก้อ ทีมงานเราตอบสนองทุกท่านได้อย่างถึงพระเดชพระคุณก็แล้วกันครับ....


           ในเพาเวอร์แอมป์หลอดเครื่องนี้ ประกอบไปด้วย หลอดทั้งหมดถึง 8 หลอดทั้งซีกซ้ายและซีกขวา หลอดเบอร์แรกเป็น 6DJ8/6922 เป็นภาคปรีแอมป์หลอด ส่วนที่ 2 เป็นเบอร์ 12AU7 เป็นภาคไดรเวอร์และแยกเฟส ส่วนที่สามเป็นภาคขยายเอาต์พุต จะให้หลอดเบอร์ KT88 ซึ่งเป็นหลอดบีมเพาเวอร์ ซึ่งจะให้กำลังสูงกว่าหลอดเพาเวอร์ทั่วไปเยอะ การทำงานของวงจรก็เริ่มต้นจาก เมื่อมีสัญญาณอินพุตผ่านเข้ามาที่ขากริดของหลอด V1B มี R2 เป็นตัวกำหนดอินพุตอิมพลีแดนซ์ สัญญาณที่เข้ามาจะถูกขยายออกมาที่ขาเพลตของหลอด แล้วถูกส่งไปให้หลอด V2A ขยายต่อ สำหรับสัญญาณในส่วนนี้จะถูกส่งเข้ามาทางขาแคโทรดของหลอด V2A และมี C7 ต่อลงกราวน์ เพื่อช่วยลดสัญญารรบกวนที่ผ่านเข้ามาทางไฟสูง โดยหลอด V1B จะใช้ตัวต้านทาน R3 เป็นตัวไบอัสให้แก่หลอด โดยมี C1 ต่อขนานอยู่ด้วย เพื่อช่วยบายพาสสัญญาณที่อมาจากทางแคโทรดลงกรวนด์ไปและควบคุมแรดงันตรงนี้ให้คงที่ ตรงจุดนี้จะมีตัวต้านทาน R10 R11 R4 และ R8 ต่ออยู่ด้วย ซึ่งจะเป็นตัวต้นทานฟีดแบ็ค ต่อไว้เพื่อควบคุม อัตราการขยายของวงจร และมี C ค่า 390 pF คร่อมอยู่ด้วย เพื่อป้องกันการเลื่อนเฟสของสัญญาณที่ความถี่สูง


           เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เราย้อนกลับไปดูสัญญาณที่ภาคปรีกัน ที่ถูกขยายออกมาจากเพลตของหลอด V2A จะถูกคัปปลิ้งตรงเข้าไปยังกริดของหลอด V2A และ V2B ซึ่งจะเป็นส่วนของภาคไดร์เออน์และภาคกลับเฟสสัญญาณ โดยหลอดในส่วนนี้จะต่อแบบขนาดกันอยู่ เพื่อให้อิมพลีแดนซ์ของหลอดต่ำและได้เกณฑ์ที่แรงขึ้น เพื่อที่จะได้ไปไดรฟ์ภาคเพาเวอร์ได้เพียงพอ เพื่อให้ได้กำลังขยายเอาต์พุตสูงสุด ที่หลอดภาคกลับเฟส จะมีตัวต้านทานเพลตและแคโทรดเท่ากันคือ ค่า 82 K เพื่อให้ได้ขนาดของสัญญาณซีกบวกและซีกลบที่จะไปไดรฟ์หลอด V3 กับ V4 ใกล้เคียงกันมากที่สุด สัญญาณที่ออกจากภาคกลับเฟสแล้วจะถูกคัปปลิ้งผ่านชุดคัปปลิ้งสัญญาณ C3,R12,R13,C4,R17,R17 ผ่านเข้าสู่ขาคอนโทรลกริดของหลอด V3 และ V4 ซึ่งจะขยายสัญญาณซีกลบ สัญญาณที่ถูกขยายแล้วลงทางเพลตของทั้งสองหลอด ผ่านเข้าหม้อแปลงเอาต์พุต เพื่อปรับค่าอิมพลีแดนซ์ให้เท่ากับอิมพลีแดนซ์ของลำโพงที่จะออกมาฟังเป็นเพลงต่อไปครับ ส่วนของหม้อแปลงเอาต์พุต จะเห็นว่ามีสายไฟออกจาแท็ปของหม้อแปลงแล้วมาต่อขาสกรีนของหลอด ซึ่งจะเรียกการต่อแบบนี้ว่า “อัลตร้าลิเนียร์” ซึ่งคุณภาพของเสียงที่ได้จะมีกำลังสูง แต่มีความเพี้ยนต่ำ วิธีการต่อหม้อแปลงเอาต์พุตแบบนี้คิดค้นโดย นายวิลเลียมสัน ซึ่งเป็นปรมจารย์ด้านหม้อแปลงเอาต์พุตในราวปี ค.ศ. 1950 และการต่อแบบนี้ได้ถูกนิยมใช้งานเรื่อยมาในหลายๆ วงจร ซึ่งที่นำมาใช้จะอยู่ราวๆ 43% โดยประมาณ มันก็ขึ้นอยู่กับความชอบโดยส่วนตัวว่าชอบคุณภาพเสียงแบบไหนนะครับ


           การต่อหม้อแปลงเอาต์พุต เริ่มจากไล่จากข้างบนมาข้างล่างนะครับ B+, SG-, P-,GND,FB ครับ หลายคนยังสับสนเรื่องการต่อหม้อแปลง ยังไงเราจะเอาข้อมูลต่างๆ มาปรับปรุงการทำงานให้ง่าย สวยงาม และเสียงดีต่อไปนะครับ
           ในส่วนของการไบอัสหลอดภาคเพาเวอร์นี้จะใช้แบบตัวต้านทานไบอัสที่แคโทรด ในวงจรนี้จะใช้ตัวต้านทานค่า 800 ohm/20w. และมีค่า C 1 ค่า 22 pF 100V.คร่อมอยู่ด้วย เพื่อให้ไฟในส่วนนี้นิ่งและทำให้กำลังขยายของหลอดคงที่ด้วย

 


           ภาคจ่ายไฟ 
           ในส่วนของภาคจ่ายไฟจะแบบออกเป็น 3 ชุด โดยมีชุดแรกจะเป็นแรงดันจ่ายไฟสูง ส่วนที่เหลืออีก 2 ชุดเป็นส่วนของแรงดันไฟจุดไส้หลอด มาดูในส่วนของแรงดันไฟสูงกันก่อนนะครับ เริ่มจากไฟสลับ 380-0-380 /400 mA. ถูกแปลงให้เป็นกระแสไฟตรงโดยไดโอด 1N4007 ต่อแบบฟูลเวฟเต็มคลื่นและกรองกระแสให้เรียบโดย C8,C9 ซึ่งจะต่อแบบอนุกรมกัน เพื่อให้สามารถทนแรงดันไฟในส่วนนี้ได้ โดยมี R19,R20 จะเป็นตัวแบ่งแรงดันที่ตกคร่อม C8 , C9 เท่ากัน ไฟในส่วนนี้จะถูกกรองให้เรียบอีกที่ โดยตัวเหนี่ยวนำ L1 ขนาด 5-10 H/250 mA. และ C10,C11 ก่อนที่จะถูกส่งไปยังหม้อแปลงเอาต์พุต ตรงจุด B+ และไฟที่เพลตของหลอดเพาเวอร์ไฟอีกส่วนหนึ่งจะผ่าน R23 เพื่อจำกัดกระแสแลฟิลเตอร์อีกทีด้วย C12 ไฟตรงจุดนี้ จะส่งไปจ่ายให้กับภาคกลับเฟส ต่อจากนั้นก็จะผ่าน R29 เพื่อจำกัดกระแสอีกครั้งและฟิลเตอร์ด้วย C13 ไฟตรงจุดนี้จะส่งไปจ่ายให้กับภาคปรีแอมป์

 

 


           ในภาคจ่ายไฟจุดไส้หลอดจะมีแรงดัน 3.15-0-3.15 v. สองชุดแยกข้างซ้ายและข้างขวา เราจะใช้ไฟสลับในการจุดไส้หลอด และนำแท็ปกลางของหม้อแปลงไฟต่อลงกราวน์ ในวงจรจะจุดไส้หลอด โดยจะขนานกันทั้ง 4 หลอดของแต่ละข้าง

 


           การประกอบและทดสอบเครื่อง
           ในการประกอบเพาเวอร์แอมป์หลอด ต้องใช้ความระมัดระวังเวลาลงมือทำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการลงอุปกรณ์หรือการทดสอบเครื่อง เพาเวอร์แอมป์พวกนี้ส่วนมากใช้แรงดันไฟเลี้ยงในวงจรสูงประมาณ 200-1,000 V. ถ้าทำโดยไม่ปราณีต หรือไม่มีความรู้อาจจะเกิดอันตรายได้ และในเพาเวอร์ตัวนี้ใช้ไฟเลี้ยงประมาณ 530 V.โดยประมาณ ในการประกอบแอมป์ตัวนี้ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากนัก เพราะอุปกรณ์ทั้งหมดได้ลงไว้ในแผ่น PCB ขั้นแรกก็ให้ลงอุปกรณ์จำพวก ตัวต้านทาน และคาปาซิเตอร์ก่อน ต่อจากนั้นก็ให้ลงซ็อกเก็ตหลอด ซึ่งในแอมป์ตัวนี้จะออกแบบให้ใช้หลอดกับอุปกรณ์อยู่กันคนละด้าน (กลับแผ่นปริ๊นท์) เรียบร้อยสวยงาม เมื่อลงอุปกรณ์ทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วก็เดินสายไฟจุดไส้หลอด โดยแท็ปกลางของหม้อแปลงต่อกราวน์และเหลือสายไฟสองเส้นก็นำมาตีเกลียวให้ดีก่อนที่จะนำไปต่อกับตำแหน่งของไส้หลอดแต่ละหลอด เมื่อเดินสายไฟจุดไส้หลอดเสร็จ ก็ให้นำหม้อแปลงไฟมาต่อกับตำแหน่งของไฟในส่วนต่างๆ ซึ่งจะมีทอมินอลในการยึดสายไฟอยู่ ต่อจากนั้นก็ให้ต่อโช้คตรงตำแหน่งโช้ค เมื่อเสร็จขึ้นตอนนี้แล้วก็ให้นำหม้อแปลงเอาต์พุตมาต่อตามตำแหน่งที่ให้ไว้ตั้งแต่ข้างบนแล้ว



           เราก็ตรวจสอบรอยบัคกรีอีกครั้งว่าเรียบร้อยมีไหลไปลงตำแหน่งกราวน์หรือไม่ เพื่อจะได้รู้ว่ามันไม่มีอะไรผิดพลาดแล้ว ก็เปิดสวิทซ์จ่ายไฟเข้าวงจรโดยยังไม่ต้องเสียบหลอดก่อน ให้วัดไฟตรงจุด B+ จะได้ประมาณ 550 V.และตรงขา B+1 และ B+2 จะได้ไฟประมาณ 300 กว่าโวลล์ เมื่อวัดไฟสูงได้แล้วก็ให้วัดไฟจุดไส้หลอด 6.3v. เมื่อวัดไฟได้ทุกอย่างตามที่บอกแล้วก็ปิดสวิทซ์ให้มันคลายไฟประมาณสัก 5-10 นาที ก็ให้เสียบหลอดต่างๆ เข้าซ็อกเก็ตก็ต่อสายลำโพงด้วยนะครับ ห้ามลืมเด็ดขาด อาจจะทำให้เอาต์พุตที่ไม่มีโหลดไหม้ได้ หลังจากนั้นก็ลองเอาปรีหลอดมาต่อก่อนให้เรียบร้อย ลองป้อนสัญญาณ CD เข้าไปลองค่อยๆ เปิดโวลุ่มดูว่ามีเสียงอะไรแปลกปลอมออกมาหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็เป็นอันเสร็จพิธี เปิดเบริน์สัก 8 ชม.เสียงก็จะอุ่นนุ่มขึ้นอย่างผิดตาเลย หลังจากนั้นก็ฟังได้ตามปกติ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ลองโทรมาถามเราได้นะครับ

 


           การทดสอบเสียง
           สำหรับเพาเวอร์แอมป์หลอด Art KT88 ผมไม่อยากจะพูดอะไรมา มันเสียงดีจริงๆ วัตต์สูงอย่างมาก กำลังข้างละ 60 วัตต์ มันมากพอที่จะขับลำโพงทุกยี่ห้อทุกรุ่นในโลกกลมๆ ใบนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าผมจะบอกว่าเราเอาวงจรระดับเครื่องละ 300,000 กว่าบาทให้เหลือเพียง 15,000 บาท(คุณเอาไปทำเอง) ผมคงไม่วิจารณ์อะไรหรอก ของเขาดีอยู่แล้ว เราแค่เป็นคนเดินตามคอนเซ็ปต์เท่านั้น มิบังอาจครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขและสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ...

 

 

Art KT88 ด้านลายทองแดง
ราคาแผ่นละ 800 บาท

 

Art KT88 ด้านหน้า
ราคาแผ่นละ 800 บาท

 


           รายการอุปกรณ์ 
Dale/Royal Resistors 1 W./1%
R12 R12 R12 R12 10 K
R2 R2 R14 R14 R14 R14 470 K
R11 R11 270 ohm
R10 R10 365 ohm
R4 R4 R8 R8 47 ohm
R5 R5 100 ohm
R7 R7 2.2 M
R9 R9 82 K
R16 R16 2.2 K
R3 R3 180 ohm

Dale/Royal Resistors 2 W./1%
R19 R20 470 K
R5 R5 56 K
R6 R6 82 K
R20 R21 470 K
R23 R24 12 K

R กระเบื้อง 20 w.
R15 R15 R13 R13 800 ohm

Film capacitors
C 4 C4 C2 C2 C3 C3 C7 C7 0.47uF/400v.

Electrolytic capacitors
C 13 C8 C12 C9 C10 C11 270 uF/400-450v.
C5 C5 C6 C6 220 uF/220v.
C1 C1 100 uF/35v.

อุปกรณ์อื่นๆ แผ่นปริ๊นท์สั่งได้ที่ AHT ราคา 1,000 บาท มีสกรีนสีดำ ไดโอด 1N4001# Socket 8 ขาPCB#4 อันละ 70 บาท Socket 9 ขาPCB#4 อันละ 60 บาท KT88#4 หลอดละ 2,000 บาท12AU7#2 หลอดละ 500 บาท 6DJ8/6922#2หลอดละ 600 บาท หม้อแปลงไฟสูง 380-0-380V./400mA.,3.15-0-3.15/5A.,3.15-0-3.15/5A.เอาต์พุต 60 w/4 K.อัลตร้าลิเนียร์ 
และ โช้ค 5 H/300mA. ราคาหม้อแปลงทั้งหมด 6,000 บาท รับส่งทั่วประเทศ ติดต่อ AHT 081-890-7772.


วงเงินที่ท่านจับจ่าย ท่านจะได้ทั้งความรู้และทักษะ เพื่อพัฒนาตนเองสู่ DIY HIGH-END